ไฟไหม้ป้องกันได้ เริ่มที่ความพร้อม
เหตุเพลิงไหม้ แก๊สรั่ว หรืออุบัติเหตุจากระบบไฟฟ้า เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ความเสี่ยงเหล่านี้อาจอยู่ใกล้ตัวกว่าที่คิด ไม่ว่าจะเป็นปลั๊กไฟที่ใช้งานหนักเกินไป สายไฟที่เสื่อมสภาพ เตาแก๊สที่ปิดไม่สนิท อุปกรณ์ภายในครัว ไปจนถึงระบบไฟฟ้าและเครื่องจักรภายในสำนักงานหรือโรงงาน
หลายครั้งการเกิดเหตุอาจเริ่มต้นจากความผิดปกติเพียงเล็กน้อย แต่หากไม่มีระบบแจ้งเตือนหรืออุปกรณ์สำหรับรับมือ ก็อาจทำให้ไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ทันเวลา
ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็น บ้าน คอนโด ร้านค้า สำนักงาน โกดัง หรือโรงงาน สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การระมัดระวัง แต่ควรเตรียมสถานที่ให้พร้อมรับมือกับเหตุฉุกเฉินตั้งแต่ก่อนที่จะเกิดขึ้น
จุดเสี่ยงไฟไหม้ใกล้ตัว มีอะไรบ้าง?

สาเหตุของเพลิงไหม้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย และบางจุดอาจเป็นสิ่งที่เราใช้งานอยู่ทุกวันจนมองข้ามไป
1. ซ่อมแล้วนำกลับมาใส่อีกครั้ง
ปลั๊กพ่วง สายไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า และระบบไฟฟ้าภายในอาคาร เป็นหนึ่งในจุดที่ควรตรวจสอบอยู่เสมอ โดยเฉพาะเมื่อมีการเสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดไว้กับรางปลั๊กเดียวกัน หรือมีสายไฟและปลั๊กที่เริ่มชำรุด การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยังแนะนำให้หลีกเลี่ยงการเสียบเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดในรางปลั๊กเดียวกัน รวมถึงควรตรวจสอบและบำรุงรักษาอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจรและอัคคีภัย หากพบสายไฟฉีกขาด ปลั๊กมีรอยไหม้ มีกลิ่นผิดปกติ หรืออุปกรณ์ร้อนผิดปกติ ควรหยุดใช้งานและให้ ช่างผู้เชี่ยวชาญระบบไฟฟ้า ตรวจสอบ ระบบไฟฟ้าให้แน่ใจว่ามีอะไรที่ผิดปกติหรือไม่ อย่าเสี่ยงทนใช้ต่อไป เพราะอาจก่อให้เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าลัดวงจรและเกิดไฟไหม้ในที่สุด
2. แก๊สหุงต้มและอุปกรณ์ภายในครัว
อีกหนึ่งจุดที่ต้องระมัดระวังคือบริเวณครัว โดยเฉพาะพื้นที่ที่ใช้แก๊สหุงต้ม ไม่ว่าจะเป็นบ้าน ร้านอาหาร โรงแรม หรือสถานประกอบการด้านอาหาร วาล์วแก๊ส สายแก๊ส ข้อต่อ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องควรได้รับการตรวจสอบสภาพเป็นระยะ หากพบสายแตกร้าว ข้อต่อไม่แน่น หรือได้กลิ่นแก๊สผิดปกติ ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้
3. การประกอบอาหาร
น้ำมันร้อน เตาแก๊ส เตาไฟฟ้า หรือการเปิดเตาทิ้งไว้โดยไม่มีผู้ดูแล ล้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้ได้ สิ่งสำคัญคือ ห้ามใช้น้ำดับไฟที่เกิดจากน้ำมันประกอบอาหาร เพราะอาจทำให้ไฟปะทุและกระจายตัวรุนแรงขึ้น หากไฟยังมีขนาดเล็กและสามารถรับมือได้อย่างปลอดภัย ควรปิดแหล่งความร้อนและใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม เช่น ผ้าดับเพลิง หรืออุปกรณ์ดับเพลิงที่ออกแบบมาสำหรับเหตุลักษณะนั้น
หากไฟเริ่มลุกลาม ควรออกจากพื้นที่และขอความช่วยเหลือทันที ไม่ควรเสี่ยงเข้าไปควบคุมเพลิงด้วยตนเอง
4. วัตถุและสารไวไฟ
น้ำมัน แอลกอฮอล์ สี สเปรย์ ตัวทำละลาย สารเคมี หรือวัสดุไวไฟต่าง ๆ ควรจัดเก็บอย่างเหมาะสม และไม่วางใกล้เปลวไฟหรือแหล่งความร้อน โดยเฉพาะสถานประกอบการ โรงงาน หรือโกดังที่มีการจัดเก็บวัสดุจำนวนมาก ควรมีระบบความปลอดภัยและการจัดพื้นที่ที่เหมาะสมกับประเภทของวัสดุที่ใช้งานจริง
5. เครื่องจักรและพื้นที่ทำงาน
สำหรับสำนักงาน โกดัง และโรงงาน นอกจากระบบไฟฟ้าแล้ว ยังอาจมีความเสี่ยงจากเครื่องจักร ระบบผลิต ความร้อน สารเคมี หรือวัสดุที่ติดไฟได้ จึงควร ประเมินความเสี่ยง ของแต่ละพื้นที่ และเลือก ติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัย ให้เหมาะสม ไม่ควรใช้แนวทางเดียวกันกับทุกสถานที่
6 อุปกรณ์ที่บ้านและที่ทำงานควรมี เพื่อเตรียมพร้อมก่อนเกิดไฟไหม้

การป้องกันที่ดีไม่ได้หมายถึงการมีถังดับเพลิงเพียงอย่างเดียว แต่ควรมีทั้งระบบที่ช่วย “ตรวจพบ–แจ้งเตือน–อพยพ–รับมือ” กับเหตุฉุกเฉิน
1. เครื่องตรวจจับควัน Smoke Detector
เครื่องตรวจจับควันช่วยตรวจพบควันที่เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของเหตุเพลิงไหม้ และส่งเสียงเตือนเพื่อให้คนภายในพื้นที่รับรู้ถึงความผิดปกติ สำหรับบ้านหรือพื้นที่พักอาศัย การมีเครื่องตรวจจับควันในจุดที่เหมาะสมจึงช่วยเพิ่มโอกาสในการรับรู้เหตุได้เร็วกว่าการรอจนมองเห็นเปลวไฟหรือได้กลิ่นควันด้วยตนเอง สำนักงานกรุงเทพมหานครมีคำแนะนำเรื่องความปลอดภัยในบ้านที่ระบุถึงการติดตั้งเครื่องตรวจจับควัน รวมถึงการมีถังดับเพลิงที่ได้มาตรฐานและศึกษาวิธีใช้งานด้วย
ทั้งนี้ ตำแหน่งและประเภทของอุปกรณ์ตรวจจับควรเลือกให้เหมาะกับพื้นที่ใช้งาน เพราะระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้อาจใช้ทั้งเครื่องตรวจจับควัน ความร้อน หรือเปลวไฟตามความเหมาะสมของสถานที่
2. ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ Fire Alarm
หากเป็นสำนักงาน อาคาร ร้านค้า โรงงาน หรือพื้นที่ที่มีคนอยู่จำนวนมาก การแจ้งเตือนให้ทุกคนทราบอย่างรวดเร็วถือเป็นเรื่องสำคัญ ระบบ Fire Alarmจึงมีหน้าที่ช่วยส่งสัญญาณเตือนเมื่อมีการตรวจพบเหตุหรือเมื่อมีผู้กดแจ้งเหตุ เพื่อให้ผู้ที่อยู่ภายในอาคารสามารถเริ่มดำเนินการตามแผนฉุกเฉินและอพยพออกจากพื้นที่ สำหรับสถานประกอบกิจการ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมีข้อกำหนดเกี่ยวกับระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ โดยสถานประกอบกิจการที่เข้าเกณฑ์ตามขนาดอาคารหรือพื้นที่ต้องจัดให้มีระบบตามที่กฎหมายกำหนด
ดังนั้น เจ้าของกิจการควรตรวจสอบข้อกำหนดที่ใช้กับอาคารของตนโดยเฉพาะ และให้ผู้เชี่ยวชาญออกแบบหรือติดตั้งระบบให้เหมาะสม
3. เครื่องตรวจจับแก๊สรั่ว Gas Detector
สำหรับบ้าน ร้านอาหาร โรงแรม โรงงาน หรือพื้นที่ที่มีการใช้แก๊ส การมีระบบตรวจจับแก๊สสามารถช่วยแจ้งเตือนเมื่อพบความผิดปกติได้
อย่างไรก็ตาม เครื่องตรวจจับแก๊สมีหลายประเภท และตำแหน่งในการติดตั้งอาจแตกต่างกันตามชนิดของแก๊สและสภาพพื้นที่ จึงควรเลือกอุปกรณ์และติดตั้งตามคำแนะนำของผู้ผลิตหรือผู้เชี่ยวชาญ และถึงแม้จะติดตั้งเครื่องตรวจจับแล้ว ก็ยังควรตรวจสอบสายแก๊ส วาล์ว และข้อต่อต่าง ๆ อยู่เสมอ เพราะอุปกรณ์แจ้งเตือนควรเป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกัน ไม่ใช่สิ่งที่นำมาใช้แทนการบำรุงรักษา
4. ถังดับเพลิง
ถังดับเพลิงเป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ควรมีในจุดที่เข้าถึงได้สะดวก แต่สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามคือ ถังดับเพลิงแต่ละประเภทเหมาะกับไฟที่แตกต่างกัน จึงไม่ควรเลือกจากขนาดหรือราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรเลือกชนิดให้เหมาะกับความเสี่ยงภายในพื้นที่ เช่น บ้าน ครัว สำนักงาน ห้องไฟฟ้า โรงงาน หรือพื้นที่จัดเก็บสารไวไฟ
โดยทั่วไปสามารถแบ่งประเภทของเพลิงไหม้ตามเชื้อเพลิงออกเป็น 5 ประเภทหลัก ได้แก่ Class A, B, C, D และ K ดังนั้นก่อนใช้ถังดับเพลิง ควรสังเกตตัวอักษรหรือสัญลักษณ์บนฉลากของถังก่อนว่าเหมาะกับไฟประเภทใด
ไฟประเภท A – ของแข็งทั่วไป
เกิดจากวัสดุที่ติดไฟทั่วไป เช่น ไม้ กระดาษ ผ้า พลาสติก หรือยาง
ถังดับเพลิงที่มีสัญลักษณ์ Class A สามารถใช้กับไฟประเภทนี้ได้ โดยถังผงเคมีแห้งชนิดที่ระบุ ABC เป็นหนึ่งในประเภทที่ใช้ได้กับไฟ Class A, B และ C
ไฟประเภท B – ของเหลวและก๊าซไวไฟ
เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง ทินเนอร์ สารทำละลาย หรือก๊าซไวไฟ
ควรเลือกถังที่มีสัญลักษณ์ Class B เช่น ถังผงเคมีแห้งที่รองรับ Class B หรือถังคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) ที่ระบุว่าสามารถใช้กับไฟประเภท B ได้
ไฟประเภท C – อุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีกระแสไฟอยู่
เช่น ตู้ไฟ สายไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าที่เกิดการลัดวงจร
ควรเลือกถังที่ระบุ Class C และใช้สารดับเพลิงที่ไม่นำไฟฟ้า เช่น ถังผงเคมีแห้งหรือ CO₂ ที่ได้รับการรับรองสำหรับไฟประเภทดังกล่าว หากสามารถทำได้อย่างปลอดภัยควรตัดกระแสไฟฟ้าก่อนดำเนินการดับเพลิง
ไฟประเภท D – โลหะติดไฟ
เช่น แมกนีเซียม ไทเทเนียม โซเดียม หรือลิเทียม ซึ่งมักพบในพื้นที่อุตสาหกรรมหรือกระบวนการผลิตเฉพาะทาง
ไฟประเภทนี้ต้องใช้สารดับเพลิงหรือถังดับเพลิง Class D ที่ออกแบบสำหรับโลหะชนิดนั้นโดยเฉพาะ ไม่ควรนำถังดับเพลิงทั่วไปมาใช้แทน
ไฟประเภท K – น้ำมันและไขมันประกอบอาหาร
เช่น น้ำมันพืช น้ำมันจากสัตว์ หรือไขมันที่ใช้ในการประกอบอาหาร ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่พบได้ในครัว ร้านอาหาร และครัวเชิงพาณิชย์
ควรใช้อุปกรณ์ดับเพลิงที่ระบุว่าเหมาะสำหรับ Class K หรือได้รับการออกแบบสำหรับไฟจากน้ำมันและไขมันประกอบอาหารโดยเฉพาะ และไม่ควรใช้น้ำสาดลงบนไฟจากน้ำมัน เพราะอาจทำให้ไฟกระจายและลุกลามมากขึ้น
จำง่าย ๆ ก่อนเลือกถังดับเพลิง
- A = ไม้ กระดาษ ผ้า และของแข็งทั่วไป
- B = น้ำมัน ของเหลว และก๊าซไวไฟ
- C = อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ยังมีกระแสไฟ
- D = โลหะติดไฟ
- K = น้ำมันและไขมันประกอบอาหาร
สำหรับบ้านหรือสำนักงานทั่วไป เรามักพบถังดับเพลิงชนิด ABC ซึ่งสามารถรองรับไฟได้หลายประเภท แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะกับเหตุเพลิงไหม้ทุกชนิด จึงควรดูฉลากและประเภทของถังจริงก่อนใช้งานทุกครั้ง
นอกจากนี้ควรหมั่นตรวจสอบสภาพอุปกรณ์ ไม่ให้มีสิ่งของวางกีดขวาง และผู้ใช้อาคารควรทราบว่าถังดับเพลิงอยู่ที่ใดและใช้งานอย่างไร การมีถังดับเพลิงแต่ใช้ไม่เป็น หรือพบว่าอุปกรณ์ไม่พร้อมใช้งานเมื่อเกิดเหตุ ย่อมไม่ต่างจากการไม่มีอุปกรณ์เตรียมไว้ สามารถสอบถาม ผู้เชี่ยวชาญเรื่องอุปกรณ์ดับเพลิงได้
บริษัทขายเครื่องดับเพลิง ถังดับเพลิง ราคาส่งจากโรงงานผู้ผลิตโดยตรง
โรงงานผลิตถังดับเพลิง FIREMAN เครื่องดับเพลิงชนิดผงเคมีแห้ง ราคาโรงงาน
ผู้นำเข้า ตัวแทนจำหน่าย อุปกรณ์ดับเพลิง กู้ภัย อุปกรณ์กู้ภัยและนิรภัย
5. ผ้าดับเพลิง Fire Blanket
ผ้าดับเพลิงเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่สามารถใช้รับมือกับเหตุเพลิงไหม้ขนาดเล็กในบางสถานการณ์ โดยเฉพาะบริเวณครัว การใช้งานควรเป็นไปตามคำแนะนำของผลิตภัณฑ์ และใช้เฉพาะเมื่อสถานการณ์ยังสามารถควบคุมได้อย่างปลอดภัย หากไฟมีขนาดใหญ่ มีควันจำนวนมาก หรือไม่แน่ใจว่าสามารถดับได้หรือไม่ สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าเสี่ยงชีวิตเพื่อเข้าไปดับไฟ ให้รีบออกจากพื้นที่ แจ้งเตือนผู้อื่น และติดต่อเจ้าหน้าที่ฉุกเฉิน
6. ป้ายทางออกฉุกเฉินและไฟฉุกเฉิน
เมื่อเกิดเพลิงไหม้ สิ่งที่เป็นอันตรายไม่ได้มีเพียงเปลวไฟ แต่ยังมีควันที่อาจบดบังทัศนวิสัย รวมถึงกรณีที่ระบบไฟฟ้าภายในอาคารไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ป้ายทางออกฉุกเฉิน ไฟฉุกเฉิน และเส้นทางหนีไฟจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะในสำนักงาน ร้านค้า อาคาร โรงงาน และสถานที่ที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก ทางหนีไฟไม่ควรถูกล็อกหรือมีสิ่งของวางกีดขวาง และผู้ที่อยู่ภายในสถานที่ควรรู้ว่าเมื่อเกิดเหตุจะออกจากอาคารทางใด
ได้กลิ่นแก๊ส ต้องทำอย่างไร?

หากอยู่ภายในบ้านหรือสถานที่ทำงานแล้วได้กลิ่นแก๊สผิดปกติ สิ่งสำคัญคือ อย่าทำให้เกิดประกายไฟ ปิดหรือตรวจสอบวาล์วแก๊ส ห้ามเปิดหรือปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่อาจก่อประกายไฟ เปิดประตูและหน้าต่างเพื่อระบายอากาศ และหากยังคงพบกลิ่นแก๊ส ให้ติดต่อ ร้านจำหน่ายแก๊ส หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ
สิ่งที่ควรทำ ได้แก่
- หากสามารถทำได้อย่างปลอดภัย ให้ปิดวาล์วแก๊ส
- ห้ามจุดไฟ สูบบุหรี่ หรือทำสิ่งใดที่ก่อให้เกิดประกายไฟ
- หลีกเลี่ยงการเปิด–ปิดสวิตช์และอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบริเวณที่สงสัยว่ามีแก๊สรั่ว
- เปิดประตูและหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท หากสามารถทำได้อย่างปลอดภัย
- หากกลิ่นแก๊สรุนแรงหรือไม่สามารถหาสาเหตุได้ ให้รีบออกจากพื้นที่
- ติดต่อผู้เชี่ยวชาญหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากบริเวณที่ปลอดภัย
มีอุปกรณ์แล้ว อย่าลืมตรวจว่า “พร้อมใช้” หรือไม่

บ้านหรือสำนักงานบางแห่งมีทั้งถังดับเพลิงและระบบแจ้งเตือน แต่เมื่อไม่ได้ตรวจสอบเป็นเวลานาน ก็อาจไม่แน่ใจว่าอุปกรณ์เหล่านั้นยังสามารถทำงานได้เมื่อเกิดเหตุจริงหรือไม่ ลองใช้ Checklist นี้ตรวจสอบสถานที่ของคุณ
- ตรวจสอบถังดับเพลิงและอุปกรณ์ดับเพลิงให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
- ทดสอบเครื่องตรวจจับควันและระบบสัญญาณเตือนตามคำแนะนำของผู้ผลิตหรือผู้ดูแลระบบ
- ตรวจสอบสายไฟ ปลั๊กไฟ รางปลั๊ก และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสภาพเก่า
- ไม่เสียบเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังสูงหลายชนิดไว้กับรางปลั๊กเดียวกัน
- ตรวจสอบสายแก๊ส วาล์ว และข้อต่อให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์
- ไม่จัดเก็บวัตถุไวไฟใกล้ความร้อนหรือเปลวไฟ
- ไม่วางสิ่งของกีดขวางถังดับเพลิง ประตูฉุกเฉิน และทางหนีไฟ
- ให้สมาชิกในบ้านหรือพนักงานทราบตำแหน่งอุปกรณ์ดับเพลิง
- กำหนดเส้นทางอพยพและจุดรวมพลสำหรับสถานที่ทำงาน
- ฝึกซ้อมรับมือเหตุฉุกเฉินตามความเหมาะสมและข้อกำหนดของสถานประกอบการ
ถ้าเกิดไฟไหม้ สิ่งของไม่สำคัญเท่าชีวิต
หากพบเหตุเพลิงไหม้และไฟยังมีขนาดเล็ก ผู้ที่ได้รับการฝึกฝนและมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมอาจสามารถควบคุมสถานการณ์ในระยะเริ่มต้นได้ แต่หากพบว่าไฟกำลังลุกลาม มีควันหนาแน่น ไม่ทราบต้นเหตุของไฟ หรือเส้นทางหลบหนีเริ่มไม่ปลอดภัย อย่าฝืนเข้าไปดับไฟด้วยตัวเอง ให้อพยพออกจากพื้นที่ แจ้งเตือนคนอื่น และขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ทันที โดยไม่ย้อนกลับเข้าไปเก็บทรัพย์สิน
สำหรับเหตุเพลิงไหม้ในกรุงเทพฯ สามารถแจ้งเหตุได้ที่สายด่วน 199 และหากมีผู้บาดเจ็บหรือเจ็บป่วยฉุกเฉินสามารถติดต่อระบบการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 การเตรียมพร้อมที่ดีที่สุดจึงไม่ใช่เพียงการรู้ว่าจะดับไฟอย่างไร แต่คือการรู้ด้วยว่า เมื่อใดควรหยุดและออกจากพื้นที่เพื่อรักษาชีวิตให้ปลอดภัย
ความปลอดภัย เริ่มได้ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ
เราอาจไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่าเหตุฉุกเฉินจะเกิดขึ้นเมื่อใด แต่สามารถลดความเสี่ยงและเตรียมความพร้อมได้ตั้งแต่วันนี้ เริ่มจากเรื่องง่าย ๆ อย่างการตรวจสายไฟ ปิดวาล์วแก๊สหลังใช้งาน ไม่ใช้ปลั๊กไฟเกินกำลัง ไปจนถึงการติดตั้ง เครื่องตรวจจับควัน เครื่องตรวจจับแก๊ส ระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ ถังดับเพลิง ไฟฉุกเฉิน และระบบป้องกันอัคคีภัยที่เหมาะสมกับสถานที่ โดยเฉพาะสำนักงาน ร้านค้า โรงงาน หรืออาคารที่มีผู้ใช้งานจำนวนมาก ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินความเสี่ยง ออกแบบ และตรวจสอบระบบตามมาตรฐานและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง เพราะอุปกรณ์ที่เตรียมพร้อมไว้ในวันนี้ อาจช่วยให้เรารับรู้เหตุได้เร็วขึ้น อพยพได้ทันเวลา และลดความสูญเสียเมื่อเกิดเหตุจริง
อ้างอิง
แนวทางปฏิบัติหากสงสัยหรือพบว่า มีก๊าซรั่วภายในบ้าน :
การติดตั้งระบบสัญญาณแจ้งเหตุเพลิงไหม้ในสถานประกอบการ • Department of Labour Protection and Welfare