บริการตรวจเช็คระยะ เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง (Maintenance)
เช็คระยะ Benz Service A / B ลาดพร้าว | เปลี่ยนน้ำมันเครื่องเบนซ์ ราคาถูก บริการเช็คระยะรถเบนซ์ตามมาตรฐานศูนย์ เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ และของเหลวทั้งระบบ Reset ค่าบริการด้วยเครื่อง Star Diagnostic มั่นใจทุกเส้นทาง ในราคาย่อมเยา
รายละเอียด
บริการเช็คระยะ Mercedes-Benz (Service A / Service B) มาตรฐานเดียวกับศูนย์
บริการเปลี่ยนถ่ายของเหลว ทั้งระบบ (พิจารณาตามความเหมาะสม) เช่น
- น้ำมันเครื่อง Mobil
- น้ำมันเกียร์
- น้ำมันพวงมาลัยพาวเวอร์
- น้ำมันเบรก
- ทางอู่มีอะไหล่สำรอง กรองน้ำมันเครื่องและกรองอากาศตรงรุ่น
พร้อมบริการตรวจเช็คสภาพรถ ขั้นพื้นฐานสำหรับทุกการเข้ารับบริการตามคู่มือบำรุงรักษาอย่างครบถ้วน เช่น
- ของเหลวอื่นๆ: น้ำหล่อเย็นหม้อน้ำ, น้ำฉีดกระจก
- ระบบไฟส่องสว่างรอบคัน
- ตรวจสอบสภาพยางใบปัดน้ำฝน
- ตรวจสอบความหนาของผ้าเบรก และสภาพของจานเบรกเบื้องต้น
- ตรวจสภาพยางและแรงดันลมยาง (รวมยางอะไหล่)
- ตรวจสอบท่อยางในห้องเครื่อง (เช่น ท่อน้ำ, ท่อแอร์) ว่ามีรอยรั่วซึม แตกลายงา หรือบวมหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบความตึงและสภาพของสายพานหน้าต่างๆ
- ตรวจสอบการรั่วซึมของของเหลวต่างๆ ใต้ท้องรถ โช้คอัพ แร็กพวงมาลัย เพลาขับ
- ประเมินเสียงรบกวนที่ผิดปกติจากห้องเครื่อง
ทำไมต้องเช็คกับเรา:
- ช่างให้บริการ ดูแลรถตรงตามคู่มือ เพื่อให้คุณขับขี่ได้อย่างปลอดภัย และช่วยยืดอายุรถให้ใช้งานได้ปกติยาวนาน
- เราใช้เครื่องมือวิเคราะห์ Benz Star Diagnostic ตรวจหาสิ่งผิดปกติ ช่วยป้องกันปัญหาบานปลายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
- หลังการเซอร์วิส ช่างจะทำการ Reset ระบบแจ้งเตือนการบำรุงรักษา (Service Reminder) เพื่อความถูกต้องของระยะบำรุงรักษาครั้งต่อไป
- ช่วยคุณประหยัดค่าใช้จ่าย “เราคิดราคาแบบช่างใกล้บ้าน ไม่ได้คิดราคาแบบศูนย์ใหญ่”
เครื่องยนต์เบนซ์รุ่นเก่าส่วนใหญ่ใช้ระบบโซ่ราวลิ้นเป็นหลัก มีข้อดีคือไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยเท่าสายพาน เช่น เครื่องยนต์ในตระกูล M102, M103, M104, M111, M112 เป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความแตกต่างของเครื่องยนต์ อายุการใช้งานของโซ่ราวลิ้น ตามการออกแบบของเครื่องยนต์แต่ละรุ่น ตัวอย่างเช่น:
- เครื่อง V8 (เช่น M116, M117) มักมีคำแนะนำให้ตรวจสอบและเปลี่ยนที่ระยะทางประมาณ 100,000 - 150,000 ไมล์ (หรือประมาณ 160,000 - 240,000 กม.) หรือทุก 10 ปี เนื่องจากโซ่มีความยาวและผ่านการเปลี่ยนทิศทางมาก ทำให้สึกหรอได้ง่ายกว่า
- เครื่อง 4 สูบ และ 6 สูบแถวเรียง (เช่น M102, M103, M104, M111, M112) มักมีอายุการใช้งานยาวนานกว่านั้นมาก โซ่อาจอยู่ได้ถึง 200,000 - 300,000 กม. หรือมากกว่านั้น โดยที่ผู้ใช้หลายคนยืนยันว่าเครื่อง M103 อาจ "อยู่ได้ตลอดไป" ในขณะที่เครื่อง M111 และ M112 นั้นถือว่ามีความทนทานสูงมาก
อย่างไรก็ตาม ช่างของเรา จะช่วยดูแลรักษารถ "ตรวจสอบสภาพโซ่ราวลิ้น ตัวปรับ tensioner และตัวนำโซ่" ทุกๆ 100,000 กม. เพื่อตัดความกังวลในการขับขี่
สัญญาณอันตรายที่ต้องรีบพบช่าง:
- เสียงดังแปลกๆ: สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือเสียงโซ่กระทบกัน (chain rattle) โดยเฉพาะตอนสตาร์ทเครื่องเย็น หากเสียงดังนานเกิน 1-2 วินาที นั่นเป็นสัญญาณว่าโซ่หรือตัวปรับ tensioner อาจเริ่มมีปัญหา
- ชิ้นส่วนพลาสติก: ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากโซ่ขาด แต่เกิดจาก "ตัวนำโซ่" หรือ "รางสไลด์" ที่ทำจากพลาสติก ซึ่งกรอบและแตกหักตามอายุการใช้งานและความร้อน เศษพลาสติกที่แตกอาจไปขัดขวางการทำงานของโซ่ จนทำให้โซ่ข้ามฟันเฟือง และสร้างความเสียหายรุนแรงต่อเครื่องยนต์ได้
"หากคุณพบอาการผิดปกติอื่นๆ หรือต้องการปรึกษาเครื่องยนต์และระบบระบายความร้อน (Engine Specialist)